| ..jangie..님의 프로필~~ When we hold on toget...사진블로그리스트 | 도움말 |
~~ When we hold on together is the special time of my life~~ |
||||||
|
6월 16일 ช่วงอารมณ์ตกต่ำ...มากDown Mode ... ช่วงภาวะอารมณ์ตกต่ำ ภูมิคุ้มกันทางอารมณ์บกพร่อง มากๆ นะ
เบื่อตัวเองเหมือนกำลังจะย้อนกลับไปเป็นคนเดิม คนงี่เง่า คนไร้สาระ คนไม่มีเหตุผล คนที่ทำอะไรตามอารมณ์ ดาวน์มาก อยู่ๆ ความรู้สึกก็ต่ำวูบ หวั่นไหวกับอะไรเล็กๆ น้อยๆ เยอะไปก็เจ็บปวด น้อยไปก็ทำไม่ได้ ทำตัวน่ารังเกียจมากมาย โกรธตัวเอง เกลียดตัวเอง ไม่แปลกใจถ้าบางอย่างจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม คิดมาก คิดไปเอง คิดอยู่คนเดียว ความคิดมักทำร้ายเราเสมอ สร้างกำแพงเอาไว้แล้วว่าจะไม่รู้สึกอะไรกับใครไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่อยากเป็นแบบนี้ ไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรเลวร้ายแบบนี้ ไม่อยากเจอความรู้สึกกังวล น้อยใจ ทำอะไรไม่ถูก หลายเรื่องราวอยู่ในใจแต่พูดอะไรไม่ได้สักอย่าง ไม่ใช่ว่าน้ำท่วมปาก แต่มันบอกออกไปไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในสถานะอะไรเช่นนั้น เกลียดตัวเองเวลาที่เป็นแบบนี้ที่สุด เป็นคนกลัวความสัมพันธ์ กลัวการเริ่มต้นใหม่ กลัวที่จะไปทุ่มเทความรู้สึกให้ใครเหมือนเมื่อก่อน ไม่อยากทำแบบนั้น แต่บางเวลาก็อยากจะ "รัก" บ้าง กลัวจะเป็นคนรักใครไม่เป็นอีก เพื่อนสนิทบอกว่าผู้ชายมันแย่หรือเราอ่อนแอเกินไป สงสัยเราจะอ่อนแอเกินไปจริงๆ ว่ะ เราอ่อนแอมากเวลาเจอเรื่องแบบนี้ ทั้งที่ในภาวะปกติเรามันโคตรแมน แต่เรื่องหัวใจของมันแพ้ทางกันจริงๆ ทางหนึ่งคือหนี อีกทางคือทำหนัามึนๆ ยอมรับมันไป ไม่เหมือนเดิมเหรอ ก็ได้ รับได้ ไม่ผิดอะไร ...ได้จริงๆ เหรอ รับได้จริงๆ เหรอ ไม่รู้สึกอะไรจริงๆ เหรอ เยอะไปบางทีก็ปวดใจเปล่าๆ อยากร้องไห้มันทั้งวัน นั่้งร้องไปอย่างนั้น จะทำตัวน่าสมเพชไปไหน ไม่แคร์ไม่ใช่เหรอกับเรื่องอะไรแบบนี้ มั่นใจว่าเข้มแข็งและสู้กับความรู้สึกแบบนี้ได้ดีพอไม่ใช่เหรอ เคยมั่นใจแบบบนั้นจริงๆ ว่้าสู้ไหว แต่แค่ถูกลืมก็ทนไม่ได้ ถูกเมินเฉยก็ทนไม่ได้ ถูกไม่ีใส่ใจเหมือนเดิมก็ทนไม่ได้ ด้านหนึ่งก้าวล้ำเส้นไปแล้ว อีกด้านหนึ่งก็แสดงออกไปแล้ว แต่บทสรุปมันคือว่างเปล่าทั้งสองด้าน ว่้างเปล่าจริงๆ อยากร้องไห้จัง... 4월 3일 เราต่างมีชีวิตอยู่กันคนละด้าน..เป็นอะไรไปหนอหัวใจ เดี๋ยวเต้นแรง เดี๋ยวเต้นช้า บางทีก็รัวจนบังคับไม่ได้
แต่ทำไมถึงไม่เข็ด เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปก็เสียใจและผิดหวังไปมากไม่ใช่หรือ เคยบอกตัวเองว่าจะไม่เชื่อใจใครอีกไม่ใช่หรือ จะไม่ไว้ใจใครอีกไม่ใช่หรือ แล้วทำไมคราวนี้...เอาอีกแล้ว เหตุการณ์กำลังจะซ้ำรอยเดิม ทำไมถึงห้ามใจไม่ได้ ทำไมถึงหยุดความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้ แค่ความบังเอิญหรือตั้งใจ หรือความเหงา ที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ .......
เราต่างมีชีวิตอยู่กันคนละด้าน
เธอมีชีวิตในด้านของเธอ มีสังคม มีเพื่อนฝูง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ฉันไม่เคยรู้จัก
มีเค้าคนนั้นที่เธอรัก มีครอบครัว และสิ่งต่างๆ รอบตัวมากมาย ฉันมีชีวิตอยู่ในด้านของฉัน มีสังคม มีเพื่อนฝูง
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอเองก็ยังไม่รู้จัก
เรื่องราวมากมายที่เธอยังไม่เคยรู้ และความรู้สึกอีกเยอะแยะเหลือเกินที่ฉันยังไม่เคยบอกเธอ
ด้านที่เราได้ใช้มันร่วมกัน เป็นเพียงการเริ่มต้นอันน้อยนิด แต่สุขใจ
เวลาที่เราไม่อาจเจอกันได้มากมายแต่อบอุ่น
ด้านที่เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมันค่อยๆ เก็บสะสมในความทรงจำ
อย่าถามฉันว่าเบื่อหรือยัง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อถึงวันนั้นเธออาจจะเป็นคนเบื่อฉันก่อนหรือเปล่า อย่าอึดอัดกับบางสิ่งบางอย่างที่ฉันทำให้เธอเพราะฉันเต็มใจ
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกดดัน หรือบังคับความรู้สึกของเธอเลย
บางคนที่แวะเวียนเข้ามาเตือนถึงความเป็นจริง ...ฉันรู้และเก็บมาคิดตลอดเวลา
หนักใจเหลือเกินกับสิ่งที่จะต้องเจอในอนาคต ความเป็นจริงที่ไม่อยากยอมรับมัน ...เอาอีกแล้ว.... หรือฉันเชื่อมั่นในความรู้สึกมากเกินไป เกินกว่าที่จะมองถึงเหตุผลและความเป็นจริง
ไม่รู้เหมือนกัน ไม่กล้าตอบตัวเอง เธอบอกว่าฉันโง่ในความรัก หรือนี่ฉันกำลังโง่อีกครั้ง
พี่คนหนึ่งบอกว่าฉันเป็นคนปล่อยให้ความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผลและหลักเกณฑ์มากเหลือเกิน
ก็ต้องควบคุมมันให้ได้มากกว่าคนอื่น อย่าปล่อยให้อารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นมันมา ครอบงำมากเกินไป เพราะสุดท้ายคนที่เสียใจที่สุดก็จะเป็นฉันเอง
ตอนนี้ฉันคิดถึงเธอ
.....
แล้ววันนี้ก็กลับมาฟังเพลงนี้อีกครั้ง...
อย่าห่วงเลย ไม่เห็นเธอต้องเกรงใจ ที่ฉันนั้นคอยห่วงใย ดูแลเธอมานาน
มันผิดเหรอ เมื่อฉันเองก็เต็มใจ ทุกอย่างที่ทำให้ไป จะคืนกลับมาไหมไม่สำคัญ ได้ไหม ฉันทำได้ไหม แค่อยากทำไห้เธอ
ไม่มีเหตุผลที่ยากๆให้หนักใจ มีเพียงเหตุผลที่ง่ายๆถ้าอยากฟัง
มันเป็นเหตุผลข้อเดียวของทุกอย่าง รักเธอหมดใจ ไม่ต้องรู้ ว่าฉันทำไปทำไม ไม่เห็นจะต้องใส่ใจ แค่รับไปก็พอ
ไม่เคยคิด ว่ารบกวนเลยสักครั้ง ที่ทำให้เธอทุกอย่าง ไม่เคยตั้งความหวังหรือเฝ้ารอ ได้ไหม ฉันทำได้ไหม แค่อยากทำไห้เธอ
ไม่มีเหตุผลที่ยากๆให้หนักใจ มีเพียงเหตุผลที่ง่ายๆถ้าอยากฟัง มันเป็นเหตุผลข้อเดียวของทุกอย่าง รักเธอเหลือเกิน 3월 16일 The Kite Runner ..เสียน้ำตาไป 3 รอบให้กับหนังเรื่องนี้***สิ่งที่เขียนต่อไปนี้เปิดเผยเนื้อหาพอสมควร*** ได้ยินกิตติศัพท์ของทั้งนิยายและภาพยนตร์เรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว จนเมื่อมีโอกาสก็ต้องไปดูสักหน่อย แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ภาพยนตร์ที่ถูกสร้างจากนิยายเบสต์เซลเลอร์ของ Khaled Hosseini นักเขียนเชื้อสายอัฟกานิสถาน แปลเป็นไทยในชื่อ "เด็กเก็บว่าว" โดย วิษณุฉัตร วิเศษสุวรรณภูมิ และถูกนำมาถ่ายทอดบนแผ่นฟิล์มโดย Marc Forster ผู้กำกับ Finding Neverland เข้าชิง 1 ออสการ์และ 2 ลูกโลกทองคำ ไม่ขอเล่าเนื้อหาโดยละเอียด แต่เสียน้ำตาไป 3 ฉากที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพัน.. ฉากแรกเมื่อ Hassan พยายามวิ่งตามไปเก็บว่าว ให้กับ Amir โดยก่อนจากไปได้บอกกับ Amir ประมาณว่า ไม่ว่าระยะทางจะกี่พันไมล์ ฉันก็จะไปเก็บว่าวมาให้นายให้ได้ (เป็นว่าวจากการแข่งขันว่าวที่อัฟกานิสถาน ซึ่ง Amir เป็นผู้ชนะ ปาดว่าวของคู่แข่งได้สำเร็จ) แล้ว Hassan ก็วิ่งหายไป แต่ไปเจอคู่แค้นซึ่งโตกว่าและมี 3 คน ที่พยายามจะมาเอาว่าวตัวให้เพื่อแลกกับการปล่อยให้ Hassan เป็นอิสระ แต่เพราะความรักเพื่อน Hassan ไม่ยอมให้และสุดท้ายก็ถูกหัวหน้าของกลุ่มนั้นข่มขืน (ซึ่งต่อมาอีก 20 ปี มันเป็นผู้นำตาลีบันและจับตัวลูกของ Hassan ไปทำให้ Amir ต้องตามไปเพื่อเอาเด็กคืนกลับมา และไถ่บาปในความผิดที่ติดค้างอยู่ในหัวใจ) ฉากที่สอง เมื่อเวลาล่วงไปและหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป Amir หนีสงครามไปอยูาปากีสถานและอเมริกาในเวลาต่อไป แต่เมื่อวันหนึ่งต้องกลับไปที่ปากีฯ เพื่อรับรู้เกี่ยวกับชะตากรรมของ Hassan และความซื่อสัตย์ รวมทั้งความรู้สึกของเค้าที่มีต่อ Amir ผ่านจดหมาย ..ช่วงเวลาที่ Amir อ่านจดหมายและรับรู้ถึงถ้อยความเหล่านั้น มันก็ทำให้ฉันน้ำตาแตกอีกครั้ง .... ไม่ว่าเวลาจะล่วงไปสักกี่ปีแต่ความผูกพัน ความซื่อสัตย์ ในตัวของ Hassan ก็ไม่เคยจางหายไปเลย ซึ่งจริงแล้วอาจจะเป็นสายเลือดด้วยก็ได้ ฉากสุดท้าย ก็เกือบท้ายสุดของเรื่อง Amir ชวนลูกของ Hassan มาเล่นว่าว และก่อนจะวิ่งไปเก็บว่าวที่ปาดมาชนะ ได้หันมาบอกกับลูกของ Hassan ว่า ไม่ว่าระยะทางจะกี่พันไมล์ ก็จะวิ่งไปเก็บมาให้นายจนได้.... น้ำตาก็ไหลบ่ามาเลยค่ะ ส่งท้ายเรื่อง ด้วยความที่เป็นหนัง ระยะเวลาที่จำกัด หนังจึงสื่อให้เห็นถึงความผูกพันของทั้งคู่แบบทาสผู้ซื่อสัตย์เลยทีเดียว ตั้งแต่เริ่มแรกโดย Amir เป็นเด็กที่มีฐานะ และ Hassan เป็นเด็กชาวเผ่าฮาซาร่าและเป็นลูกคนใช้เก่าแก่ที่อยู่ในบ้านหลังนั้นมากว่า 40 ปี (และมันมีอะไรมากกว่านั้นตรงที่แท้จริงแล้วเด็ก 2 คนนี้เป็นพี่น้องกัน) ทั้งฉากที่ถามกันว่าจะให้อีกฝ่ายหนึ่งกินดินจริงๆ เหรอ หรือฉากที่ Amir อ่านหนังสือให้ Hassan ฟังเพราะเค้าอ่านหนังสือไม่ออก และตรงนี้เองที่ Amir เล่านิทานให้ฟังโดยมีตัวละครชื่อ โซหรับ แล้ว Hassan เอาไปตั้งชื่อลูกในเวลาต่อมา แล้วความผูกกันก็กลายเป็นความเจ็บปวดเมื่อถึงวันที่ Amir พยายามทำให้ Hassan จากไป ....จนกลายเป็นปมในใจนับตั้งแต่วันที่เค้าเห็น Hassan ถูกทำร้ายเพื่อปกป้องว่าวให้เค้า และการจากลากทั้งที่ลึกๆ ในใจก็ไม่ต้องการ ฉากที่ Hassan เก็บของแล้วเดินออกจากบ้านมาก็เป็นอีกฉากที่ทำให้เจ็บปวดอยู่ในหัวใจลึกๆ เช่นเดียวกัน ดูหนังจบก็บอกกับตัวเองว่า งานสัปดาห์ฯ จะไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน ... เพราะถูกแปลไปถึง 42 ภาษาเลยทีเดียว เมื่ออ่านข้อมูลประกอบ http://www.citylifefm.com/cityboard/viewtopic.php?p=8021#8021 ก็ยิ่งทำให้ทึ่งขึ้นไปอีก เพราะผู้กำกับได้เสาะหาตัวแสดงเด็กที่จะมาสวมวิญญาณแสดงนำในเรื่องนี้อย่างตั้งใจ เพื่อให้สมจริงที่สุดตรงกับบทประพันธ์ที่สุด ทางผู้กำกับทีมงานได้เลือกเด็กจากกรุงคาบูล อัฟกานิสถานตามท้องเรื่องจริงๆ และแทนที่จะจัดออดิชั่นบทตามปกติ ก็ใช้วิธีพาพวกเขาออกไปเล่นว่าว เพื่อดูลักษณะอาการของพวกเขาขณะผ่อนคลายและสนุกสนาน และในที่สุดก็ได้เด็กชายชาวคาบูล 3 คนมาแสดง คือ ซีกีเรีย เอบราฮามี่ เด็กนักเรียนเกรด 5 รับบทเออเมียร์, อาห์หมัด ข่าน มาห์มูดซาด้า และอาลี ดาเนช บากห์ทยารี ซึ่งองค์กรบรรเทาทุกข์อัฟกันเป็นผู้ค้นพบตัว รับบทเป็นฮัสซาน และโซหรับ 2월 18일 Fucking HI5เคยเป็นกันไหม โดนเทคโนโลยีทำร้าย.. คือ....ไม่รู้ว่าไอ้ hi5 นี่มันมาจากโคตรเพื่อนท่านใดคะ แต่แบบ..ทำไมวะ ทำไมต้องวนมาเจอกันใน hi5 นี่ด้วย ช่วงนี้หัวใจหวั่นไหวง่ายไม่รู้เป็นห่าอะไร เมื่อคืนก่อนเจอคนหน้าเหมือนแฟนเก่า พี่เอบอกว่าระหว่างเค้าไม่มีที่ให้มึงยืนแล้ว <-- เจ็บจังประโยคนี้ แอมบอกว่าเข้มแข็งไว้นะแก...แต่ในขณะเดียวกัน มันก็บอกว่า กูก็อยากอ่อนแอบ้างจะได้มีคนมาดูแล คุณพระคุณเจ้าคะ โปรดส่งใครมาให้ลูกสักคน ณ เวลานี้ด้วยเถิด... 2월 4일 เมื่อไรปัญหาหมาๆ มันจะจบสิ้นสักทีวะปวดใจตามประสาคนรักหมา
เมื่อไรปัญหาบ้าๆ นี้จะจบสักที คนรวยก็เห็นหมาไร้ค่า ห้างเซ็นทรัลปล่อยให้ยามกะดึกจับหมาแถวนั้นกิน แล้วผู้บริหารก็ไม่ทำห่าอะไร ได้แค่ลอยหน้าลอยตาออกสังคมไปวันๆ ส่วนฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตแม่งให้คนมายิงยาสลบหมา 30 กว่าตัว แล้วเอาไปทำห่าอะไรที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่รู้ป่านนี้แม่งส่งไปท่าแร่ให้โดนน้ำร้อนกรอกเข้าปาก เข้าคอเป็นๆ หรือเอาไปวางยาที่ไหน ห้างก็ใหญ่ชิบหาย หมาอาศัยอยู่แค่นี้มันเบียดเบียนมากนักหรือไง ใครเป็นคนอนุมัตินโยบายส้นตีนนี้วะ อยากรู้จังครอบครัวมันคงมีความสุขดีอยู่หรอก ขอให้กรรมตามทันไวๆ ชิบหายกันทั่วหน้านะ ส้นตีน!! บ้านเมืองไทยทำห่าไรไม่ได้ รัฐบาลไม่เคยสนใจปัญหานี้ ในขณะที่เมกามีนโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์อย่างชัดเจน ห่วยแตกๆๆๆ สังคมไทย ประเทศไทย ประเทศเมืองพุทธ ไอ้พวกหนักโลก สารเลวเกินคำบรรยาย ตัดชีวิตเค้า มันก็เหมือนไปทำแท้งนั่นแหละ อัปรีย์เหมือนกัน ไม่เจริญเหมือนกัน พวกแม่งก็ยังหาแลกถังกับหมาขนหมาใส่รถไปส่งให้มันตายอยู่ แดกห่าอะไรกันไม่เป็นหรือไง แดกอะไรไม่ได้ก็แดกลูกแดกเมียตัวเองสิ ไอ้พวกเวร นรกส่งมาเกิด โว้ยยยยย เครียด รับไม่ได้ คนบริหารประเทศก็ทำห่าไรไมได้ ก็อย่างว่า แม่งยังเอาตัวไม่รอด มันจะสละเวลามาช่วยหมาทำห่าอะไร WSPA องค์กรพิทักษ์สัตว์โลก อุตส่าห์มาตั้งที่เมืองไทย แล้วจะช่วยเหลืออะไรได้ไหม จะแก้ไขปัญหาให้คนเลิกทำร้ายหมาได้ไหม ให้คนเลิกกินหมาได้ไหม หยุดเสียทีได้หรือยัง พฤติกรรมที่เลวโคตรๆ ชิบหายแบบนี้
ไม่อยากแช่งเลย แต่ขอให้แม่งตกนรกทั้งเป็น !!! สัด!!!! 11월 27일 กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงผ่านไปแล้วอีกหนึ่งทริป..
ความทรงจำดีๆ ที่ไม่ค่อยได้ผ่านมา แล้วมันก็กลับมาอีกครั้ง บอกตรงๆ ทริปนี้สนุกมาก ไม่มีเหตุผลว่าเพราะอะไร แต่แค่เหตุผลมันอยู่ที่ใครที่เป็นคนไปมากกว่า ทุกคนทำให้งานครั้งนี้ไม่หนักใจเท่าที่คิด แต่กลับทำให้สนุกกว่าที่คิด... เหล้าอาจจะทำให้เราสนุกขึ้นก็จริง แต่บางสิ่งคงปฏิเสธไม่ได้ ว่าเพราะความเป็นตัวตนของแต่ละคนต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างมันราบรื่น กระทั่งต่างชาติ ต่างภาษาก็ยังเฮฮาด้วยกันได้ ไม่มีใครวางฟอร์มอะไรใส่กัน เพียงแค่ปลดปล่อยมันออกมา หรือเพราะเราไม่คาดหวังว่าใครจะเป็นอะไรแค่ไหน มันเลยทำให้ในสายตาเราทุกคนดีหมด หะหะ หรือจริงๆ แล้วเพราะเมากันแน่หนอ... เมาอะไร น้ำหลาย น้ำเหล้า หรือน้ำเปล่า (ที่แทบจะกินเยอะกว่าเหล้าซะอีก)
มิตรภาพใหม่ๆ เกิดขึ้นมาแต่ไม่สลายไป ตราบใดที่เรายังเก็บรักษามันเอาไว้อยู่ อยู่นานแค่ไหนไม่รู้ แต่มันจะอยู่กับเรานานเท่าที่เราจะจดจำมันได้ ช่วงระยะเวลาแค่ 2 วัน เช้าวันนั้นพาพวกเค้าบินข้ามประเทศไทยไปหาประเทศเพื่อนบ้าน ข้าวกลางวันที่ถูกกินซะบ่ายสาม (โคตรอร่อยเลย) โชว์สุดอลังการที่สวยมาก แต่ไม่อินจริงๆ เพราะไม่ชอบประวัติศาสตร์ใดๆ เท้าสุดระบบเพราะทั้งเดินทั้งแดนซ์เกือบทั้งคืน แล้วแถมยังกล้าใส่ไปตะเกียกตะกายที่นครวัด เหมือนจะไฮโซ แต่ขอโทษเปล่าเลย เพราะมันไม่ได้อยู่ในโปรแกรม (หนูผิดเองที่ไม่ทันคิดว่าพี่ๆ จะเก็บภาพตอนฟ้าสว่าง) เย็นย่ำของอีกวันก็พาพวกเค้าบินกลับมาเมืองไทย แล้วต่างสลายกันไปที่สุวรรณภูมิ พร้อมกับการร่ำลา โอกาสหน้าเจอกันใหม่ ที่ไหนไม่รู้ แต่เราจะเจอกัน (ใช่ไหมเพ่!!) แพ่มอะไรมาดูน้ำเน่า แต่มันก็ความรู้สึกจริงๆ นะคะ เสียงพี่โต้งพูดอยู่ข้างหลังตอนอยู่บนเครื่อง "กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง" จริงด้วยพี่ แล้วเราก็ต่างกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ที่มีอะไรต่อมิอะไรรอยู่ และบางอย่างที่กำหนดเราให้ทำไม่ได้อย่างที่ไปทำกันมา (อย่างน้อยกระเทยเมืองไทยคงไม่กล้าขนาดนั้น) โลกแห่งความเป็นจริงที่แต่ละคนมีเป็นของตัวเอง ชีวิตส่วนตัวที่แต่ละคนต้องจัดการกันไป
"กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง" คำธรรมดา แต่มันคือเรื่องจริง คิดในใจตั้งแต่เครื่องออกจากที่โน่น
เฮ้ย ตกลงนี่เราไปทำงานกันเปล่าฟระ ยังไม่รู้ว่าโลกของเราจะเป็นยังไงและเอายังไงต่อไป แต่ตอนนี้หมดพลัง และกำลังรอรูปอย่างใจจดใจจ่อนะค้าบบบ ทุกกล้อง ทุกช็อต ได้โปรดอย่าดีลีททิ้ง เพราะยิ่งน่าเกลียดแค่ไหนยิ่งอยากดู 555 ขอบคุณทุกคนนะคะ ^^
ไม่ได้ขอบคุณในฐานะพีอาร์แต่ขอบคุณในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง (กล้ายกชั้นตัวเอง 555)
11월 9일 อยากบอก..บางเรื่องราว เราอยากบอกเล่าให้ใครสักคนรู้
ร้อยเรื่องพันราว เราอยากบอกกล่าวให้เขาได้รู้.. แต่บางเรื่องกับคนบางคน ไม่รู้เลยน่าจะดีกว่า เราอยากเป็นคนที่ไม่ต้องรู้เรื่องราวอะไร สงสารหัวใจ ไม่อยากให้เจ็บ ไม่อยากให้ปวด และไม่อยากทำผิด กับความจริงของชีวิต และผิดต่อความรู้สึกตัวเอง อารมณ์กับความรู้สึก ฝืนกันไม่ได้ อยากได้แทบตายแต่ไม่ได้ อยากจากไปแทบตายก็ไปจากตรงนี้ไม่ได้เหมือนกัน ทางออกอยู่ตรงไหนไม่รู้
แต่รู้ว่าคนตัดสินใจเลือกทางออก หรือทางที่ยิ่งเดินยิ่งลึกเข้าไปคือตัวเอง.. เจ็บไหม เจ็บมาก
เสียใจไหมในทุกๆ อย่าง เสียใจ แต่เห็นแก่ตัว อยากให้ซอกหลืบของหัวใจได้รับความสุขบ้าง.. เห็นแก่ตัว ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความเห็นแก่ตัวจริงๆ ความรู้สึกโคตร Blue เลย 10월 27일 ไม่เคย....หรือจริงๆ แล้วไม่เคยมี ไม่เคยได้ เลยต่างหาก"ไม่เคย : Synkornize Serail No.1"
อาจจะเจอหน้าเธอ อาจจะได้คุยกัน
แต่ละวันผ่านไปดูเหมือนเธอมีใจ แต่ไม่รู้ทำไม ว่าลึกๆข้างใน มันปวดร้าวและรู้สึกได้กับความเฉยชา ที่เธอมีให้กัน ให้กับฉันมานาน
สิ่งที่เหมือนจะหวานแต่กลายเป็นภาพลวง เธอไม่คิดจริงจัง เหมือนที่ฉันจริงใจ ยิ่งนานเท่าไหร่ในใจมันยิ่งรับรู้ความจริง ว่าฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ
เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป... ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน มันเป็นแค่จินตนาการของคนโง่งมงาย เจ็บแทบตาย...แต่ทั้งใจก็ยังรักเธอ ที่เธอมีให้กัน ให้กับฉันมานาน
สิ่งที่เหมือนจะหวานแต่กลายเป็นภาพลวง เธอไม่คิดจริงจัง เหมือนที่ฉันจริงใจ ยิ่งนานเท่าไหร่ในใจมันยิ่งรับรู้ความจริง ว่าฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ
เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป... ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน มันเป็นแค่จินตนาการของคนโง่งมงาย เจ็บแทบตาย...แต่ทั้งใจก็ยังรักเธอ ฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ
เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป... ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน มันเป็นแค่จินตนาการ ของคนโง่งมงาย เจ็บแทบตาย...แต่ทั้งใจก็ยังรักเธอ
ฟังเพลงนี้มาหลายที แต่ก็เฉยๆ 10월 7일 เหงาจัง..เหงาจัง.. ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เหรอ พี่คนนึงบอกว่า สติ..เหรอ หรือคนเราต้องรู้จักอยู่กับความเหงาบ้าง ช่วงนี้ก็พยายามทำงานให้หนักๆ เข้าไว้ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน วันหยุด วันเกิด ปีใหม่ เทศกาลทั้งหลายแหล่ ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วใช่ไหม 9월 25일 เรื่องตลกของคนโง่สิ่งที่เจอตอนนี้มันแย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอมา เป็นสาเหตุที่ยอมรับไมได้ และอยากให้มันเป็นเพียงฝันร้าย ไม่อยากตื่นมาเพื่อยอมรับความจริงตรงหน้าเลย ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากเชื่อว่าความรู้สึกที่เคยมี ความไว้เนื้อเชื่อใจที่สุด ที่จริงแล้วมันคือภาพลวง ความฝันที่วาดไว้พังทลายลงไปในพริบตา สิ่งที่เคยคิดเอาไว้มันหายไปทันที เจ็บปวด ทรมาน เกลียดตัวเอง เคยทำอะไรพลาดไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ .. ถามตัวเองซ้ำๆ เราทำผิดอะไร ถึงต้องเจอเรื่องราวแบบนี้ ไม่มีคำตอบจากต้นเหตุ และไม่มีคำตอบให้ตัวเองได้ เจ็บเหลือเกิน.... หากคนเราร้องไห้มากๆ แล้วตายได้ คงตายไปแล้ว จะให้ทำใจยอมรับได้อย่างไรว่าช่วงเวลาหนึ่งเป็นปีๆ ทำอะไรลงไป มันเหมือนแฟลชแบคย้อนกลับไปประติดประต่อเรื่องราวได้ เข้าใจเหตุผลที่ไม่เคยเข้าใจตลอดมา และเฝ้าถามอยู่เรื่อยๆ ว่าเพราะอะไร โลกส่วนตัวกับคนส่วนตัว....ความหมายต่างกันนะ จริงๆ คงโง่เองที่ไม่เชื่อสิ่งที่ใจคิด กลับเชื่อและยึดเอาความรู้สึกเป็นหลัก ไม่เชื่อทั้งที่มองเห็นจากการกระทำแต่กลับเชื่อหัวใจตัวเอง ทั้งที่ก็รู้ว่าหัวใจตัวเองทำเจ็บมาแล้วไม่รู้เท่าไร ถึงวันนี้จะทำอย่างไรดี ....จะใช้ชีวิตต่อไปโดยลืมเรื่องราวเหล่านี้อย่างไรดี ทำอย่างไรให้รู้สึกว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ไม่รู้ไปเลยน่าจะดีกว่า....ไม่ควรไปรู้เลย อะไรดลใจฟ้า ถึงมาทำให้เรารู้ได้ เจ็บคนเดียวโดยไม่มีใครอยู่ข้างๆ ช่างต่างกันโดยสิ้นเชิง เจ็บแต่ต้องฝืนเดินต่อไปให้ได้เพียงลำพัง ...คนเดียวแบบนี้ ชีวิตทำไมเศร้าจัง ...หรือมันเป็นเรื่องตลกกันแน่ เรื่องตลกที่เล่าไปแต่ขำไม่ออก เรื่องตลกที่เล่าไปแล้วมีแต่น้ำตา... เรื่องตลกที่ฟังทีไรก็ทำใจยอมรับมันไม่ได้สักที 5 ปีที่แล้ว...อะไรมาดลใจทำให้เกิดจุดเริ่มต้น ...อะไรกันนะ .... อะไรสิ่งนั้น... |
|
|||||
|
|